100 ภาษาอังกฤษในชีวิตการทำงาน มนุษย์เงินเดือน คนทำธุรกิจ พิชิตฝรั่ง

  • admin
  • 23 พ.ย. 2563
  • 2,550

ภาษาอังกฤษในชีวิตการทำงาน มนุษย์เงินเดือน คนทำธุรกิจ

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดที่บ่งบอกว่าเรากำลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่นั่นก็คือ การทำงาน หลายคนได้ก้าวเข้าสู่วิถีชีวิตของมนุษย์เงินเดือนอย่างเต็มตัวก็ทำให้ต้องเจอกับสิ่งใหม่ ๆ มากมาย และสิ่งหนึ่งที่คุณอาจจะต้องเจอก็คือ ภาษาอังกฤษในชีวิตการทำงาน ยิ่งกับคนที่ต้องทำงานในบริษัทต่างชาติหรือมีเจ้านายเป็นฝรั่งแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าจะมีศัพท์เฉพาะและศัพท์ใหม่ ๆ ที่คุณอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน ว่าแล้ววันนี้เราก็จะมาแชร์ความรู้ภาษาอังกฤษฉบับมนุษย์เงินเดือนให้เพื่อน ๆ กัน ไปดูกันเลย!


คำศัพท์ภาษาอังกฤษในการทำงาน

เริ่มต้นกันด้วยคําศัพท์ภาษาอังกฤษในที่ทํางานที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนจะต้องได้เจออย่างแน่นอน!

1. Advantage – ข้อได้เปรียบ

2. Budget – งบประมาณ

3. Client – ลูกค้า

4. Competitor – คู่แข่ง

5. Conference – การประชุม

6. Contract – สัญญา

7. Deal – ข้อตกลง

8. Department – แผนก

9. Efficiency – ประสิทธิภาพ

10. Employee – ลูกจ้าง

11. Employer – นายจ้าง

12. Enquiry – การขอข้อมูล

13. Experience – ประสบการณ์

14. Explanation – คำอธิบาย

15. Fire – ไล่ออก

16. Gross – รายได้รวม

17. Hire – จ้าง

18. Improvement – การปรับปรุงให้ดีขึ้น

ภาษาอังกฤษในชีวิตการทำงาน มนุษย์เงินเดือน คนทำธุรกิจ

19. Instruction – คำสั่ง

20. Intern – เด็กฝึกงาน

21. Minutes – รายงานการประชุม

22. Negotiate – เจรจาต่อรอง

23. Offer – ข้อเสนอ

24. Opinion – ความคิดเห็น

25. Opportunity – โอกาส

26. Participate – เข้าร่วม

27. Policy – นโยบาย


28. Profit – กำไร

29. Promote – เลื่อนตำแหน่ง

30. Proposal – ข้อเสนอ

31. Prospect – ผู้มุ่งหวัง

32. Recruit – จ้างพนักงานใหม่

33. Reply – ตอบกลับ

34. Resign – ลาออก


35. Retire – เกษียณอายุ

36. Sales – ยอดขาย

37. Schedule – กำหนดการ

38. Sick leave – ลาป่วย

39. Suggestion – ข้อเสนอแนะ

40. Supervisor – หัวหน้างาน

คำถามและคำตอบสำหรับสัมภาษณ์งาน

ก่อนที่จะได้เข้าทำงานทุกคนก็คงจะต้องเจอกับด่านทดสอบด่านแรกอย่างการสัมภาษณ์งานซะก่อน ซึ่งเราก็ได้รวบรวมคำถามสัมภาษณ์งานสุดหินที่ทุกบริษัทมักจะถาม และคำตอบที่เพื่อน ๆ ควรตอบมาให้แล้ว ไปดูกันเลย!

41. Can you tell me about yourself? – คุณช่วยเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังหน่อยได้ไหม?

เป็นคำถามที่เปิดโอกาสให้คุณได้แนะนำตัวเอง และบอกมุมมองดี ๆ เกี่ยวกับตัวของคุณเอง
คำตอบที่ควรตอบ – คุณเป็นใคร เคยทำอะไรที่ไหน และควรใส่งานอดิเรกที่สะท้อนแง่มุมดี ๆ ของตัวคุณเช่น In my free time, I like to play board game – ในเวลาว่างผมชอบเล่นบอร์ดเกม

*งานอดิเรกในที่นี้จะทำให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าคุณเป็นคนไม่เครียดรู้จักหาเวลาพักผ่อน และงานอดิเรกของคุณยังเป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาสมองอย่างบอร์ดเกมอีกด้วย

42. Why do you want this job? – ทำไมถึงอยากได้งานนี้?
ถึงจะเขาจะถามเราว่าทำไมถึงอยากได้งานนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วคนสัมภาษณ์เขาอยากรู้ว่าเราจะให้อะไรกับบริษัทได้บ้าง และนอกจากตัวเงินแล้วเราคาดหวังจะได้อะไรจากบริษัท

คำตอบที่ควรตอบ – I want this job because it emphasizes … , my greatest skill. ผมต้องการงานนี้เพราะมันช่วยต่อยอดการ… ซึ่งเป็นทักษะที่ดีที่สุดของผม หรืออาจจะตอบว่า This job is a good fit for what I’ve been doing. งานนี้ลงตัวกับสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่

43. Why should we hire you? – ทำไมเราต้องจ้างคุณ?
เป็นคำถามสุดหินที่ผู้สมัครต้องเจอแทบทุกคน แต่ในความจริงแล้วคำถามนี้เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ขายตัวเองอย่างเต็มที่

คำตอบที่ควรตอบ – สามารถตอบได้หลายหลายมาก โดยเราอาจจะยกเอาประสบการณ์งานที่เคยทำมาขายตัวเองยกตัวอย่างเช่น I have … years of experience as a …, so I have developed … skills.” แปลว่า ผมมีประสบการณ์ … ปีในการเป็น … ดังนั้นผมจึงได้พัฒนาทักษะด้าน… อย่างดี

44. What makes you the best fit for this position? – อะไรทำให้คุณคิดว่าคุณเหมาะกับตำแหน่งนี้?
คล้ายกับคำถาม Why should we hire you? แต่คำถามนี้จะเป็นการลงลึกไปถึงตำแหน่งหน้าที่การงาน ดังนั้นคำตอบของคุณก็ควรจะบอกถึงทักษะและความสามารถพิเศษที่จะต้องใช้ทำงานจริงในตำแหน่งนั้น ๆ

คำตอบที่ควรตอบ – I have … ability to be an asset to your company. ผมมีคุณสมบัติ……ที่จะสร้างคุณค่าให้กับบริษัทของคุณ

ภาษาอังกฤษในชีวิตการทำงาน มนุษย์เงินเดือน คนทำธุรกิจ
45. What are your salary expectations? – คุณอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่?
การเรียกร้องเงินเดือนสามารถแสดงถึงความมั่นใจในความสามารถของตัวคุณเองดังนั้นคุณจะต้องไม่เกรงใจเด็ดขาด แต่เงินเดือนที่เราเรียกก็มีส่วนในการตัดสินใจของผู้สัมภาษณ์ดังนั้นเราก็ต้องคิดราคาที่แฟร์กับทุกฝ่ายด้วย

คำตอบที่ควรตอบ – I would like to be compensated fairly for my experience, so I would like to receive something in the range of …. to …. ผมต้องการรับค่าจ้างที่ยุติธรรมสำหรับประสบการณ์ของผม ดังนั้นผมต้องการเงินเดือนที่….ถึง….ครับ

46. What is your strength and weakness? – จุดแข็งและจุดอ่อนของคุณคืออะไร?
คุณควรพูดถึงข้อดีของคุณที่คุณคิดว่าบริษัทต้องการ และข้อเสียของคุณที่ไม่ส่งผลเสียอะไรกับบริษัท

คำตอบที่ควรตอบ – “I have extremely strong … skills, but I like to make sure that my work is perfect, so I tend to perhaps spend a little too much time checking it.” – ผมมีทักษะ…ที่ดีมาก แต่ผมชอบที่จะให้งานออกมาเพอร์เฟคผมเลยมักจะใช้เวลาค่อนข้างนานในการเช็คมัน

47. What are your goals for the future? – เป้าหมายในอนาคตของคุณคืออะไร?
สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์สนใจคือ คุณสนใจจะทำงานที่นี่นานแค่ไหน งานที่นี่ตรงกับเป้าหมายในอนาคตของคุณรึเปล่า และคุณมีวิสัยทัศน์อย่างไรบ้าง ดังนั้นสิ่งที่คุณควรจะตอบก็คืออนาคตของตัวคุณเองที่อยากจะเติบโตไปพร้อมกับบริษัท

คำตอบที่ควรตอบ – My long-term goals involve growing with a company where I can continue to learn and challenge myself – เป้าหมายระยะยาวของผมคือเติบโตไปพร้อมกับบริษัทที่ที่ผมสามารถเรียนรู้และท้าทายตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง

48. How do you handle stress and pressure? – คุณรับมือกับความเครียดและความกดดันอย่างไรบ้าง?
อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่จะวัดความสามารถในการจัดการกับปัญหาและความเครียดของตัวคุณ หรือจะตอบว่าคุณสามารถทำงานได้ดีกว่าเมื่อตกอยู่ในความกดดันไปเลยก็ยังได้

คำตอบที่ควรตอบ – I find that when I’m working under pressure, I always discover new abilities. ผมพบว่าเวลาที่ผมทำงานภายใต้แรงกดดันผมมักจะค้นพบความสามารถใหม่ ๆ เสมอ

49. Do you prefer working on a team or by yourself? – คุณชอบทำงานเป็นทีมหรือชอบทำงานคนเดียว?
คำถามนี้ถ้าคุณเลือกที่จะตอบข้อใดข้อหนึ่ง มันก็จะเผยให้เห็นถึงจุดอ่อนในการทำงานของคุณ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือคุณควรจะบอกว่าคุณสามารถทำงานได้ทั้ง 2 รูปแบบ

คำตอบที่ควรตอบ – I enjoy both, I can work independently to complete my tasks on time, but I also enjoy brainstorming with people. ผมชอบทำทั้งคู่เลย ผมสามารถทำงานด้วยตัวเองให้เสร็จตรงเวลา แต่ผมก็ชอบที่จะระดมความคิดกับผู้คนด้วย

50. Do you have any questions? – คุณมีคำถามอะไรไหม?
เมื่อถูกถามแบบนี้ให้คุณถามผู้สัมภาษณ์เกี่ยวกับหน้าที่ในส่วนที่คุณต้องรับผิดชอบถ้าหากว่าคุณได้งาน หรือถามเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อแสดงให้เขาเห็นถึงความกระตือรือร้นของคุณ

คำตอบที่ควรตอบ – Yes, Can you tell me a little bit about the team I will work with? คุณช่วยบอกผมเกี่ยวกับทีมที่ผมจะต้องทำงานด้วยซักเล็กน้อยได้ไหม



บทสนทนาภาษาอังกฤษในที่ทำงาน

ต่อมาเป็นบทสนทนาภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การประชุม การชวนเพื่อนกินข้าว ไปจนถึงการขอขึ้นเงินเดือน ขอเลื่อนตำแหน่ง กันเลยทีเดียวซึ่งความรู้ที่เรารวบรวมมาสามารถใช้ได้หมดไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษในการทํางานบริการ งานราชการ หรืองานบริษัททั่ว ๆ ไปก็ใช้ได้ไม่มีปัญหา


– ขอเลื่อนตำแหน่งและขึ้นเงินเดือน

51. I have now been in your service for … years, and I believe that my work has been of real value to our company. – ผมทำงานกับคุณมา…ปีแล้ว และผมเชื่อว่างานของผมมีคุณค่ากับบริษัทอย่างแท้จริง

52. I want to get promoted – ฉันอยากจะเลื่อนตำแหน่ง

53. My salary should increase to a maximum of … baht – เงินเดือนของผมควรจะขึ้นไปที่ … บาท

54. I should be much obliged if you would be so kind to give me a rise in my salary – ผมจะ
ขอบพระคุณเป็นอย่างมาก หากท่านจะกรุณาขึ้นเงินเดือนให้ผม


– เมื่อคุณเจอปัญหาที่แก้ไม่ได้

55. What have I done? – ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย!

56. I don’t know how to fix it – ฉันไม่รู้จะแก้มันยังไง

57. May I ask you a favor? – ฉันขอให้คุณช่วยอะไรหน่อยได้ไหม

58. Can I ask you something? – ขอฉันถามอะไรหน่อย

59. Do you know how to fix it? – คุณรู้ไหมว่าจะแก้มันยังไง

60. Thank you for sorting out the problems with my… – ขอบคุณที่ช่วยหาทางแก้ปัญหา…ของผม

– เมื่อคุณมาสาย

61. Sorry I’m late. I got stuck in the traffic. – ขอโทษที่มาสาย รถติดมากเลย

62. I’m sorry to be late. I missed the bus. – ขอโทษที่มาสาย ผม/ดิผมขึ้นรถไม่ทัน

63. I feel sick – ผม/ดิผมไม่ค่อยสบาย

64. My car has broken down – รถผม/ดิผมเสีย

65. There has been a car crash – มันมีอุบัติเหตุรถชนกัน

66. The traffic was unusually heavy today – วันนี้รถติดหนักผิดปกติ

67. I have to drive my kid to school – ผม/ดิผมต้องไปส่งลูกที่โรงเรียน

68. It will never happen again – มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว

– ขอลางาน

69. I want to take leave for two days. – ฉันอยากลางานซัก 2 วัน

70. Can I have a sick leave for two days? – ขอฉันลาป่วยซัก 2 วัน ได้ไหม

71. Could I have a day off tomorrow? – ฉันขอลาป่วยวันพรุ่งนี้นะครับ/คะ

72. May I take business leave for a day? – ฉันขอลากิจซักวันได้ไหม

73. I want to spend my vacation leave – ฉันต้องการใช้วันหยุดพักร้อน

74. Wouldn’t it be possible for me to take the day off this Monday? – จะเป็นไปได้ไหมถ้าผมจะขอหยุดงานวันจันทร์นี้?

– ชวนเพื่อนร่วมงานไปกินข้าว

75. Let’s have something to eat. – ไปหาอะไรกินกัน

76. Would you like to have lunch with me? – อยากไปกินข้าวกลางวันด้วยกันไหม

77. Let’s get a bite first, work later – ไปหาอะไรกินก่อนงานไว้ทีหลัง

– บทสนทนาสำหรับชมเพื่อนร่วมงาน

78. Good job! – ทำได้ดีมาก

79. I know you can do it! – ฉันรู้ว่าคุณทำได้

80. You deal with that problem well. – คุณจัดการกับปัญหาได้ดีมาก

81. I’m so proud of you. – ฉันภูมิใจในตัวคุณนะ

82. You should be proud of yourself. – คุณควรภูมิใจในตัวคุณนะ

83. I like that idea. – ฉันชอบความคิดนั้น84. You are learning fast. – คุณเรียนรู้ได้เร็วมาก


– ภาษาอังกฤษที่ใช้ในที่ประชุม
85. The meeting starts at … – การประชุมจะเริ่มตอน…

86. Let’s meet in the conference room in … minute. – เดี๋ยวไปเจอกันที่ห้องประชุมในอีก…นาทีนะ

87. So, let’s start with … – เอาล่ะเรามาเริ่มกันที่…

88. Today we are discussing about … – วันนี้เราจะมาประชุมกันเรื่อง…

89. Let’s look at point number one. – มาดูกันที่ข้อแรก

90. Let’s focus on … – ให้ความสนใจกับเรื่อง…

91. In my opinion … – ในความเห็นผม…

92. I have no opinion. – ฉันไม่มีความเห็น

93. Could you speak more slowly, please? – คุณช่วยพูดให้ช้าลงได้ไหม

94. Could you repeat that, please? – คุณช่วยพูดอีกทีได้ไหม

95. I agree. – ฉันเห็นด้วย

96. The reason is … – เหตุผลก็คือ

97. May I explain later? – เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังทีหลัง

98. Let’s change the subject. – เปลี่ยนหัวข้อกันดีกว่า

99. That’s all for today. – วันนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ

100. I declare the meeting closed. – ขอปิดการประชุมแต่เพียงเท่านี้


ข้อมูลจาก engfinity.co.th/blog/